การวางโครงสร้าง SEO ที่เหมาะสม
โครงสร้าง SEO ที่ดีต้องใช้รูปแบบลำดับชั้น (Hierarchical Structure) ซึ่งเริ่มจากหน้า Homepage แล้วแยกเป็นหมวดหมู่หลัก–ย่อย และรายละเอียดของแต่ละเพจ รูปแบบนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำ SEO เพราะช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ชัดเจน
องค์ประกอบหลักของโครงสร้าง SEO
- การวางแผน Keyword
เริ่มต้นด้วยการทำ Keyword Research เพื่อเลือกคำค้นหาที่เหมาะสมกับธุรกิจ จากนั้นจัดระเบียบ Keyword โดยเริ่มจากคำที่กว้างลงมาเป็นคำที่เฉพาะเจาะจง เช่น "คอนโด Low Rise กรุงเทพ" เป็น Primary Keyword หลัก แล้วแตกออกมาเป็น Keyword ที่เฉพาะเจาะจงตามพื้นที่ เช่น "คอนโด Low Rise จตุจักร" หรือ "คอนโด Low Rise ลาดพร้าว"
- โครงสร้างหน้าเว็บไซต์
- หน้าแรก > บริการ > รายละเอียด > ตัวอย่างผลงาน
- ไม่ควรให้หน้าเว็บอยู่ลึกเกิน 3 คลิกจากหน้าแรก (3-click rule)
- โครงสร้างไม่ควรมีมากเกิน 3-5 ชั้น
- ใช้ URL ที่สื่อความหมายตามโครงสร้าง เช่น /services/web-design
- การปรับแต่งเนื้อหา (On-Page SEO)
- ใส่ Keyword ใน Title Tag และวางไว้ในคำแรก ๆ ของชื่อเรื่อง
- ใส่ Keyword ในช่วง 1–150 คำแรกของเนื้อหา
- ใส่ Keyword ใน H1, H2 หรือ H3 แต่ต้องจัดเรียงให้เข้าใจง่าย
- Keyword ต้องกระจายอยู่ทั่ว ๆ บทความอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เกิน 2-3% เมื่อเทียบกับจำนวนคำในบทความ
- เนื้อหาควรตอบโจทย์สิ่งที่คนค้นหา (Search Intent) ไม่ใช้ภาษายาก
- องค์ประกอบเพิ่มเติม
- Meta Tags: ใส่ Keyword ที่ตอบโจทย์และเขียนให้ดึงดูดใจ
- Internal Link: เชื่อมโยงหน้าต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน
- Sitemap: วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ชัดเจนเพื่อให้ Search Engine ค้นหาเนื้อหาได้ง่าย
- ความเร็วเว็บไซต์: เลือก Web Hosting ที่มีคุณภาพ ปรับขนาดองค์ประกอบให้เล็ก และทำ Cache
- รองรับมือถือ: เว็บไซต์ต้อง Responsive
- Schema Markup: เพิ่มข้อมูลเสริมเพื่อช่วยให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนการวางแผน
- กำหนดจุดประสงค์การทำ SEO
- จัดทำ Keyword Research
- ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์
- ปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ตามหลักการ On-Page SEO
การทำ SEO ที่ครบถ้วนตั้งแต่แรกจะช่วยให้โอกาสที่เว็บไซต์จะติดอันดับหน้าแรกของ Google สูงขึ้นอย่างมาก และยังทำให้ผู้ใช้งานพึงพอใจ
